กาพย์ยานี ๑๑

     เมื่อวันก่อนได้ให้ความรู้เรื่องกาพย์ว่ามีความเป็นมาอย่างไร หมายความว่าอย่างไร ทำไมถึงเรียกว่ากาพย์  และก็ครุูได้ทิ้งท้ายไว้ว่าจะให้ความรู้เรื่องกาพย์ยานี ๑๑ แก่นักเรียนกันนะคะ

 

ชมสไลด์กันนะ

     ทำไมครูถึงตั้งชื่อเรื่องว่าชมสไลด์กันนะ คงเพราะว่าในรายวิชภาษาไทยมีสาระการเรียนรู้หลักการใช้ภาษาไทย จึงให้ทุกคนได้ดูสไลด์ที่เป็นความรู้ เกี่ยวกับภาษาไทยบ้าง ก็ตั้งชื่ออย่างนี้นีเอง  แต่ที่จริงถ้าคนใดไม่ชอบ ให้กรุณาตั้งชื่อใหม่ให้ครูด้วยนะคะโดยส่งข้อความแสดงความคิดเห็นมาให้ครูรัศด้วย ส่งมาเยอะ ๆ นะคะ แล้วจะได้โหวดกันว่าจะชื่อว่าอะไร แต่ตอนนี้ตั้งชื่อนี้ไว้ก่อนนะคะ และครูมีสไลด์สตรอรี่บอร์ดเรื่องคำสรรพนามให้ชมด้วยคลิกดูได้เลยค่ะ

วีดีโอการศึกษา

 วีดิโอการศึกษาจัดไว้ให้ทุกคนได้เข้าชมตัวอย่างการกล่าวสุนทรพจน์ ซึ่งเป็นการศึกษาในรายวิชาภาษาไทยในสาระการฟัง การดู และการพูด
เมื่อทุกคนได้ฟัง และดู วีดิโอการกล่าวสุนทรพจน์นี้แล้ว ควรพิจารณา และวิเคราะห์ให้ดี ก็จะสามารถนำไปเป็นแบบอย่างได้ ใช้ประโยชน์ในเรื่องของการพูดในที่สาธารณชน
ลองศึกษาดูนะคะ แล้วก็ลองเขียนเรื่องกันเพื่อฝึกพูด ส่งมาให้ครูอ่านก็ได้เพื่อตรวจความถูกต้อง

หนังสือทำมือ

ครูได้เข้าไปอ่านเว็บไซต์ห้องเรียนสีชมพูของครูภาทิพเรื่องการทำหนังสือทำมือ ก็เลยนำมาฝากนักเรียนที่รักของครู ให้นักเรียนอ่านและดูวิธีการจัดทำให้เข้าใจแล้วเราค่อยมาปฏฺบัติกิจกรรมร่วมกันนะคะ            การจัดทำหนังทำมือก็เป็นกิจกรรมหนึ่งของการส่งเสริมให้นักเรียนรักการอ่าน  และการเขียน  ได้ฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์  การคิดสร้างสรรค์ บูรณาการในรายวิชาศิลปะ และการงานอาชีพ และเทคโนโลยี            การออกแบบ ฯลฯ นักเรียนอ่านและดูตัวอย่างข้างล่างนี้นะคะ

 

   หนังสือทำมือ  หมายถึง หนังสือที่ใช้มือทำทุกขั้นตอน โดยเริ่มตั้งแต่การตัดกระดาษ การจัดหน้า การตกแต่งเข้าเล่ม ตัวอักษรอาจจะเป็นลายมือเขียนหรือพิมพ์ภาพตกแต่งอาจจะวาด หรือตัดปะขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าของหนังสือ

 

รู้จักหนังสือทำมือกันนะคะ

เสน่ห์ของหนังสือทำมือ จะต้องสะดุดตาตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอก ชื่อเรื่องที่โดนใจ หนังสือทำมือจึงต้องมีความประณีตในการทำเป็นอย่างมาก 

 

 

 

                    ตลาดของหนังสือทำมือ คือกลุ่มนักอ่านที่เป็นแฟนหรือ

สมาชิกติดตามผลงานผ่านเว็บ เมื่อเจ้าของรวมเล่ม ก็จะนำเสนอ

รูปเล่ม ตั้งราคา ประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บ แล้วผลิตตามจำนวน 

ที่ผู้สนใจสั่งเข้ามาเป็นครั้งคราวไป เป็นการประหยัดทรัพยากรอีก

              ทางเลือกหนึ่งหนังสือ – ขม อม หวาน เขียน – ๓ น. (น.นิ่ม + น.น้ำ+ น.นู๋)

ราคา 55 บาทหนังสือที่เกิดจากการรวมตัวของ ๓ หนูรวมรสการเดินทางหลากรูปแบบ

การถ่ายทอด ทั้งบทกวี, เรื่องสั้น, บทความ มีทั้งขม มีทั้งหวาน รวมผสม

กลมกล่อม รองลิ้มรสดูไหม เสิร์ฟบนกระดาษกรีนรีดสีสวย ช่วยโลก

         กระบวนการหนังสือทำมือของนักเรียน

๑. ทีมงานประกอบด้วย นักคิดนักเขียน จินตนาการวางเค้าโครงเรื่อง รับฟังความคิดเห็น

    เจ้าของลายมือสวย รับเนื้อหามาเขียนให้ตัวอักษรสวยงามน่าอ่าน 

    ฝ่ายศิลป์ วาดภาพประกอบ ออกแบบรูปเล่ม นักอ่านนักวิจารณ์รักการอ่านพิสูจน์อักษร

    นักบริการ คอยหยิบฉวยสิ่งของเครื่องใช้บริการนักต่าง ๆ ที่ผ่านมา บริการอาหาร

และทำความสะอาดบริเวณที่ผลิตชิ้นงานให้เรียบร้อยอยู่เสมอ

๒. อุปกรณ์ประกอบด้วย กระดาษวาดเขียน กระดาษ A4 กระดาษสา สีไม้สี

    น้ำสีแสตมป์ กรรไกร คัดเตอร์ แผ่นรองตัด ที่เจาะกระดาษ เชือก ริบบิ้น

    ด้าย กระดุม แล้วแต่ฝ่ายศิลป์จะออกแบบ 

๓. ลักษณะคำประพันธ์ ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้เขียนอาจจะเป็น ร้อยแก้วประเภท

เรื่องสั้น สารคดี บทความ นิทาน หรือร้องกรอง โคลงสี่สุภาพ กาพย์ยานี๑๑ กาพย์ฉบัง๑๖

กาพย์สุรางคนางค์๒๘ กลอนสี่หรือกลอนสุภาพ

      ๔.ส่วนประกอบของหนังสือ ประกอบด้วย หน้าปกรองปก คำนำเนื้อเรื่อง ผู้จัดทำและปกหลังอาจจะดึง

วรรคทอง หรือนำข้อความที่น่าสนใจนำเสนอไว้ก็ได้

 

 

๕. การวางแผนทำงาน การดำเนินตั้งแต่ต้นจนได้รูปเล่มจะใช้เวลาประมาณ ๖ ชั่วโมง เริ่ม

จากการได้รับโจทย์มา ร่วมกันตีโจทย์ ออกแบบ วางเค้าโครงเรื่อง กระจายงาน ส่งชิ้นงาน 


 

 
 
 

ชิ้นงานที่เสร็จสมบรูณ์แล้ว

 

 

 

 

เอาละนักเรียนได้ศึกษาการทำหนังสือทำมือคงพอเข้าใจแล้วนะคะ  ต่อไปคุณครูก็จะให้นักเรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมการทำหนังสือทำมือบ้าง

นักเรียนระดับมัธยมต้นทุกคนที่ครูสอนก็จะได้ปฏิบัติกันทุกคนนะคะ วันนีพอแค่นี้ก่อน ไว้มีสิ่งดีครูจะนำมาฝากอีกค่ะ

          สวัสดีนะคะ   ครูรัศ

ได้รับแรงบันดาลใจในการเขียนจากเว็บไซต์ครูพาทิพ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงนะคะ

บทเรียนออนไลน์

เรียนบทเรียนออนไลน์รายวิชาภาษาไทย คลิกที่นี่

อาหารอีสาน

วันนี้ครูได้เข้าเว็บไซด์ดู วิธีทำอาหารอีสานพื้นบ้าน  ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงเห็ดออกเยอะมากและก็ราคาไม่แพง  และนักเรียนก็สามารถหามารับประทานได้ เพราะบ้านเราอยุ่ใกล้ภูเขา  และป่า โดยเฉพาะเห็ดเผาะ จะอยู่ตามโพน  ตามป่าละเมาะใกล้บ้านเรา  ครุูก็เลยนำวิธีการทำแกงเห็ดเผาะ สูตรของบ่าวทิพย์คนอุดรมาฝากเผื่อจะได้ทดลองแกงกินกันบ้างนะคะ

       วิธีการทำแกงเห็ดเผาะหนังใส่ยอดส้มโมง 

        มีส่วนประกอบ  คือ 

            ยอดผักส้มโมง                                  

             เห้็ดเผาะ

 น้ำใบยานาง

                 ตะไคร้

  พริกสด

 

 

 

วิธีการทำ

    นำน้ำใบยานาง  ตะไคร้ทุบ และพริกสดที่ตำละเอียดใส่ลงในหม้อแกง

 แล้วเอาขึ้นตั้งไฟ  

 พอน้ำเดือดใส่เห็ดที่ล้างสะอาดแล้วลงในหม้อแกง

ที่เดือด                               

ใส่เครื่องปรุง คือ เกลือ  น้ำปลา  ผงนัว (ภาษาอีสาน)  ปลาร้า 

พอเห็ดสุกแล้วใส่ผักส้มโมง  ใบแมงลัก  ชิม  ยกลงก้็เป็นอันว่าเสร็จ 

                       

ขั้นต่อไปก็เหลือน้ำพริกที่จิ้มกับแกงเห็ดเผาะ  นำพริก  กระเทียม  มะเขือเทศ  หัวหอม  ไปคั่วในกะทะ  พอสุก  นำมาโขลก ปรุงรส   

อย่าลืมบีบมะนาวใส่ด้วยทีนี้ก็เสร็จเรียบร้อยตักรับประทานได้เลย     

                          

 รับประทานกับข้าวเหนียวร้อน ๆ อร่อยนักแล  นี่แหละอาหารอีสานบ้านเรา

 นักเรียน หรือผู้ที่สนใจจะนำไปดัดแปลงสูตรก็ได้นะคะ  แล้วอย่าลืมบอกครุูรัศด้วยละ 

ขอบคุณบ่าวทิพย์คนอุดร….ที่มีสูตรอาหารอีสานดี ๆ อร่อย ๆ ซึ่งเป็นแรงบันดานใจให้เขียนเรื่องนี้ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

                                            ครูรัศ                                   

สอนเรื่องกาพย์

    ทดลองสอนเรื่องกาพย์ วันนี้ให้ความรู้เรื่อง “กาพย์” นะคะนักเรียน   ในสมัยโบราณถ้าพูดคำว่า “กาพย์”  ต้องต่อคำว่ากลอนตามด้วยเป็น กาพย์  กลอน  หมายถึงคำประพันธ์ประเภทร้อยกรองทุกชนิดนั่นเอง            ส่วน “กาพย์”   ตามความหมายเดิมมีความหมายกว้างกว่าที่เข้าใจปัจจุบันคือบรรดาคำประพันธ์ประเภทร้อยกรอง  เรียกว่า  “กาพย์”  ทั้งนั้น เช่นเดียวกับ “กลอน”  บางครั้งก็เรียกรวมกันเป็นกาพย์กลอน       

      ปัจจุบัน  “กาพย์”  หมายถึง  คำประพันธ์ชนิดหนึ่ง มีกำหนดคณะ, พยางค์ และสัมผัส  มีลักษณะคล้ายฉันท์  แต่ไม่นิยมครุ – ลหุ เหมือนฉันท์

     คำว่า  “กาพย์”   แปลตามรูปศัพท์ว่า  เหล่ากอแห่งกวี  หรือ  ประกอบด้วยคุณกวี  หรือคำที่กวีร้อยกรองไว้

     “กาพย์”   มาจากคำว่า  กาวย  กรือ  กาพย  และทั้งสองคำนี้มาจากคำว่ากวี  ซึ่งออกจาหคำเดิมในภาษาบาลีและสันสกฤตว่า  “กวิ”    แปลว่า   ผู้คงแก่เรียน  ผู้เฉลียวฉลาด  ผู้มีปัญญาเปรื่อง  ผู้ประพันธ์กาพยืกลอน ฯลฯ

     คำว่า  “กวิ”  หรือ   “กวี”  มาจากรากศัพท์เดิม  คือ  “กุธาตุ”  แปลว่า  เสียง,  ทำให่เกิดเสียงร้อง,  ร้องระงม,  ครวญคราง,  ร้องเสียงเหมือนนกและเสียงแมลงผึ้ง

    คำว่า   “กวิ”  หรือ   “กวี”  แผลง  สระ  อิ   กับ  อี  เป็น  ย  ก็จะเป็น  กวย  อ่านว่า  กะวะยะ  แล้งแผลง  สระที่  ก  เป้น  สระอา  ก็จะเป้นรูปคำว่า  กาวย  จากนี้แผลง  ว  เปป็น  พ  แล้วใส่ไม้ทัฑฆาตที่  ย  จึงกลายมาเป็น  “กาพย์”

     ซึ่ง  กาพย์นั้นมีลักษณะแตกต่างกับกลอน  ดังนี้

            ก.   วางคณะ,  พยางค์  และสัมผัสคล้ายกับฉันท์

           ข.   ใช้แต่งปนกับฉันท์ก้ได้  และยังเรียกว่า  “คำฉันทฺ์”

       กาพย์  แบ่งออกเป็น  ๕  ชนิด  คือ

            ๑.  กาพย์ยานี  ๑๑               ๒.  กาพย์ฉบัง                ๓.  กาพย์สุรางคนางค์                

           ๔.  กาพย์ห่อโคลง            ๕.   กาพย์ขับไม้ห่อโคลง

         กาพย์ชนิดที่  ๑ – ๓  ใช้แต่งปนกับฉันท์ก็ได้  เพราะมีลักษณะคล้ายฉันท์  จึงเรียกว่า  คำฉันท์ด้วย  ส่วนชนิดที่  ๕  ไม่นิยมแต่ในปัจจุบันกันแล้ว

            วันนี้ขอให้ความรู้แค่นี้ก่อนเดี๋ยวนักเรียนจะเบื่อนะคะ ครั้งต่อไปจะให้แบบฝึกหัดทำกันเพื่อทดสอบความรู้ว่านักเรียนเข้าใจมากน้อแค่ไหน

           ครูก้็จะได้ปรับปรุงการสอนของครูไปด้วย    

           และโอกาสหน้าจะมาพูดถึงเรื่อง  กาพย์ยานี  ๑๑  กันนะคะ (แสดงความคิดเห้็นมาถึงครูบ้างนะคะ)

                                           สวัสดีนะคะ  ครูรัศ

(ได้แรงบันดาลใจในการเขียนจากหนังสือหลักการประพันธ์  ของ  อาจารย์เริงชัย  ทองหล่อ)